วันที่ 3 กรกฎาคม 2559

ส่งท้ายก่อนกลับไทย วันนี้ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม

เก็บของเชคเอ้าท์ออกจากโรงแรมประมาณหกโมงครึ่ง

ลากกระเป๋าขึ้นรถไฟ นั่งไปลงสถานีอุเอโนะ

เอากระเป๋าเดินทางไปยัดไว้ในล็อกเกอร์ก่อน  จากนั้นก็เตร่ๆหาของกินแถวๆนั้น

คือไปเช้าเกินอ่ะเลยไม่ค่อยมีร้านอะไรเปิด

สุดท้ายเลยหนีไม่พ้นไปอาสากุสะจ้า ไปอาสากุสะช่วงเช้าๆนี่ดีนะ

เพราะไม่ค่อยมีคนอ่ะ เดินสะดวกมาก แต่ร้านค้ายังไม่เปิด ฮ่าๆๆ

ไปไหว้พระขอพรเพื่อสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต

แล้วข้างๆวัดอาสากุสะจะมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าศาลเจ้าอะไร

นี่ก็เข้าไปไหว้ขอพรมาเหมือนกัน

หลังจากนั้นก็เดินเตรๆไปรอบๆแถวนั้น แล้วก็ไปร้านดงกิฮอล

ไปเหมาเครื่องสำอาง ของใช้ บลาๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ

หลังจากที่หมดตัวแล้วก็นั่งรถไฟสายGinzaไปลงที่Aoyama-icchome

วันนี้นัดน้องมิวไว้ 10:30ก็เลยแวะจิบกาแฟแถวๆนั้นก่อนอ่างิ

วันนี้มนหอบของขวัญมาให้หนุ่มๆด้วยล่ะ เมื่อวานไม่สามารถจริงๆ  ฮ่าๆๆๆ 

สำหรับรอบวันนี้มาถ่ายรูปกับทาคุยะล่ะ

แต่มนถ่ายสองรอบนะ  พอถึงเวลารวมตัว มนกับน้องมิวก็เดินไปที่จัดงาน

คือตอนไปถึงอ่ะเจอแฟนคลับที่น่าจะเป็นคนเกาหลีหรือไม่ก็จีน

ยืนร้องไห้แบบหนักมากอยู่คนนึง มีเพื่อนอีกคนคอยปลอบ

คือไอ้เราก็เพิ่งไปไง ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คือร้องไห้หนักมากจริงๆ

ร้องจนพี่สะเทือนใจเลยทีเดียว ต่อมเผือกพี่ก็ทำงานสิค๊าบบบบ 

คือก็อยากรู้นะว่าเกิดไรขึ้นแต่ก็ไม่รู้จะถามใครไง แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว

เดาว่าน่าจะเป็นเคสเดียวกับมนคือ เอาบัตรเครดิทของเพื่อนจอง

แล้วมันเป็นชื่อเพื่อนไม่ใช่ชื่อตัวเอง เลยเข้างานไม่ได้

แต่ของมนคือน้องมิวส่งเมลติดต่อกับสต๊าฟล่วงหน้าแล้วไง ก็เลยเข้างานได้ รอดไปค่ะงานนี้ 

แต่นางร้องไห้โหดจริงๆนะ เหมือนจะเมนชินด้วยอ่ะ

สรุปคือเพื่อนนางได้เข้าคนเดียว มนนี่แบบมองหน้ากันกับน้องมิวเลย

หวังว่าวันนี้เราจะรอดนะ งื้ออออออ  แต่สุดท้ายแล้วก็รอดค่ะ

รอบแรกมนกับน้องมิวได้คิวที่ 9,10

คิวสุดท้ายเลยอ่ะ ในส่วนของสต๊าฟวันี้ก็น่ารักเหมือนเดิมจ้า ฮ่าๆๆชอบๆๆๆๆๆ

แลดูเหล่าพี่ๆสต๊าฟจะจำหน้ากะเหรี่ยงไทยสองคนนี้ได้แล้ว

ตอนเชคชื่อเลยผ่านมาแบบสบายๆ  พอเชคชื่อเสร็จเรียบร้อย 

สต๊าฟก็พาเข้าไปด้านในเหมือนเดิม และมนก็สะดุดอีทางต่างระดับเหมือนเดิม

ลืมบอกว่าตอนเข้าไปในห้องที่จัดงานอ่ะ เค้าจะเปิดเพลงในอัลบั้มของครอสจีนด้วยล่ะ

บิ๊วอารมณ์สร้างบรรยากาศ วันนี้มนเอาของขวัญมาให้ผู้ชายด้วย

มีของทาคุยะ น้องชิน ซังมิน แคสเปอร์ อันที่จริงก็อยากจะให้ครบทุกคนนะ

แต่ว่าไม่มีเงินอ่ะ แง้ๆๆๆ

มนก็เดินเอาไปหย่อนใส่กล่องของแต่ละคนเลย

งานนี้คือตื่นเต้นนะไม่รู้จะคุยอะไรกับทาคุยะดีอ่ะ แล้วรอบนี้มนจะเข้าไปเป็นคนสุดท้ายเลย

ทั้งงานรอบนั้นคือมนเหลือมนออกจากห้องคนสุดท้ายอ่ะ 

ตอนที่ยืนรอก็จัดหน้าม้าไปด้วย ฮ่าๆๆกลัวหน้าม้าแตก 

ส่วนรายละเอียดตอนที่เข้าไปก็เหมือนกับที่อัพในทวิตเลยเง้ออออ

ขอก๊อบมาล่ะกัน ตามนั้นเลยจ้า

ตอนที่จะถ่ายรูป ไอ้เราก็เก๊ะท่าเรียบร้อย แต่กล้องถ่ายรูปฟิล์มดันหมดนี่ดิ

พี่สต๊าฟหน้าหล่าเลยอ่ะฮ่าๆๆ มนกับทาคุยะเลยโพสท่ารอเก้อเลย

แต่ชอบตรงที่มนกับทาคุยะหลุดพูดมาพร้อมกันว่า shippai

โอยยถ้าจะใจตรงกันแบบนี้

แล้วพอจับมือเสร็จ มนก็ต้องรีบออกไปต่อคิวเพื่อที่จะมารอบที่สองต่อ

แต่รอบนี้มนเข้าแค่คนเดียว น้องมิวเลยแยกกลับก่อน

รอบสองนี่แบบเหนื่อยเลยอ่ะ ตอนที่เดินขึ้นไปด้านบนก็เหมือนเดิม

พี่สะดุดอีทางเดินต่างระดับทุกที ไปสามรอบกุก็สะดุดสามรอบเลย อะไรว่ะ

รอบนี้มนได้คิวที่ 8ล่ะ  พอไปถึงที่ห้องจัดงานพี่สต๊าฟก็จะเชคหมายเลข

แล้วก็เก็บบัตรคิวของเราเหมือนกับรอบก่อนๆ  เจอทาคุยะรอบที่2นี่จะคุยไรอีกดีอ่ะ

คือแบบคิดเรื่องที่จะคุยไม่ออก ก็ก๊อปจากที่อัพในทวิตมาลงด้วยอ่ะนะ แปะๆๆ

เออ มีรอบนึงที่เราบอกทาคุยะไปว่า ตอนซิงเกิ้ลFuture เราก็มางานอีเว้นท์เหมือนกัน

ทาคุยะก็แบบอาริกาโต้น๊า จริงๆอยากแอบอัดเสียงไว้นะว่าคุยไรกันแต่ลืมไง ฮ่าๆๆ 

อยากบอกว่าเป็นอะไรที่ฟินมากกกกกกกก

คือไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้คุยกับทาคุยะ ได้มองหน้าได้สบตา

ได้จ้องทาคุยะแบบนี้ โคตรเหมือนฝันเลยอ่ะ

ตอนที่คุยกันก็แบบไม่รู้จะคุยอะไรดี คือเวลามันมีเยอะกว่าที่คิดเอาไว้อ่ะ

แต่แลดูทาคุยะก็พยายามชวนคุยนะ คุยเรื่องประเทศไทย

ดีใจนะที่น้องชอบประเทศไทย ดีใจที่คุยกับน้องรุ้เรื่อง

ดีใจทีน้องชมว่าพูดภาษาญี่ปุ่นเก่ง ดีใจที่น้องเป็นฝ่ายถามเราก่อนหลายคำถามเลย 

คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป หาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆนะ 

ตอนแรกก็ไม่คิดนะว่าตัวเองจะทุ่มสุดตัวเพื่อทาคุยะขนาดนี้อ่ะ

บ้ามั้ยล่ะไปญี่ปุ่นแค่สามวันเพื่อตามผู้ชาย ฮ่าๆๆ

กลับมาถึงห้องตีห้าครึ่งอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานต่ออ่ะ

พี่มีทุกอย่างนะ ยกเว้นสติ ฮ่าๆๆๆ แต่ทริปนี้ก็คุ้มนะ ได้เจอทาคุยะ น้องชิน

แล้วก็ได้เจอผู้ชายตีกลองด้วย  ปริ่มมากอ่ะ

หลังจากที่จบงานถ่ายรูปแล้ว มนก็ไปโอโมเตะซันโดะต่อ

ไปซื้อรูปหนุ่มๆดีบอยหมดไปสี่พันเยน ฮ่าๆๆๆ แล้วก็ไปร้านรองท้าโอนิซึกะ

ไปซื้อรองเท้าให้อิคุณเพื่อน แล้วก็ไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าของตัวเองอีกนิดหน่อยที่ชิบุย่า

ปิดท้ายด้วยการกลับไปเอากระเป๋าที่อุเอโนะ แล้วก็เดินไปขึ้นสกายไลเนอร์ไปนาริตะ

จบทริปสลัวทัวร์ตามผู้ชาย ระยะเวลาสามวันเพียงเท่านี้ค่ะ 

เหนื่อยนะแต่สนุกและคุ้มมาก กลับไทยมาก็ต้องทำโอทีกู้แผนงานกันอีกแหละ

จ่ายไปเยอะเปไปเยอะก็งี้อ่ะ หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะต่อสัญญาให้หรือเปล่า

ช่วงที่ยังทำงานอยู่ก็รีบๆกอบโกยโอทีเก็บเงินเข้าไป เดือนสิบจะได้มีตังค์พาแม่เที่ยวได้

อุตส่าจะพาแม่ไปทั้งทีก็อยากพาแม่ไปเที่ยวดีๆกินของดีๆอ่ะเนอะ